ประกาศกรมศุลกากร ที่ 233/2567 เรื่อง หลักเกณฑ์และการปฏิบัติพิธีการศุลกากรสำหรับการยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับการนำเข้าของที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท (ฉบับที่ 3)
ข้อ 13 การชำระเงินค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
ก่อนที่ผู้รับจะได้รับของจากบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ไม่ว่ากรณีใด ๆ ผู้รับมีหน้าที่ตามประมวลรัษฎากรที่จะต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนเสมอ โดยรูปแบบและวิธีการที่เกี่ยวข้อง มีดังนี้
(13.1) พนักงานของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จะเป็นผู้นำส่งของให้กับผู้รับ โดยหีบห่อของจะมี “เอกสารใบสั่งเก็บเงิน (Order Form) พร้อมคิวอาร์โค้ด (QR Code)” ผนึกไว้กับหีบห่อของที่ระบุถึงภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้รับมีหน้าที่ต้องเสีย เพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระค่าภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าว และคำแนะนำต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเมื่อผู้รับชำระภาษีมูลค่าเพิ่มเรียบร้อยแล้ว พนักงานของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จะส่งมอบหีบห่อของให้กับผู้รับ
(13.2) กรณีผู้รับไม่สมารถชำระภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านคิวอาร์โค้ด (QR Code) ที่ปรากฏบนใบสั่งเก็บเงิน (Order Form) ที่ผนึกไปกับหีบห่อได้ พนักงานของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จะนำหีบห่อไปเก็บรักษา ณ ที่ทำการไปรษณีย์ไทยปลายทาง และผู้รับสามารถนำใบสั่งเก็บเงิน (Order Form) ที่ผนึกไปกับหีบห่อไปติดต่อธนาคาร ที่กำหนดเพื่อชำระค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม และนำหลักฐานการชำระเงิน อาทิ ใบเสร็จรับเงิน สำเนาใบนำฝากของธนาคาร ไปติดต่อรับของ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ปลายทาง ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับใบสั่งเก็บเงิน (Order Form) จากพนักงานของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด
หากผู้รับไม่ติดต่อรับของ ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ ของจะถูกส่งคืนต้นทางต่างประเทศ โดยผู้รับสามารถขอรับเงินค่าภาษีมูลค่าเพิ่มที่ชำระไว้คืนได้ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
(13.3) กรณีไม่มีผู้รับพนักงานของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จะออกใบนัดนำจ่าย พร้อมใบสั่งเก็บเงิน (Order Form) ไว้ ณ ที่อยู่ผู้รับ และนำหีบห่อไปเก็บรักษา ณ ที่ทำการไปรษณีย์ปลายทาง โดยผู้รับสามารถชำระภาษีมูลค่าเพิ่มตามวิธีการที่กำหนดไว้ และรับของได้ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ออกใบนัดนำจ่าย หากผู้รับไม่ติดต่อรับของ ภายใน 15 วัน ของจะถูกส่งคืนต้นทางต่างประเทศ